ตามพระราชกฤษฎีกา ฉบับที่ 802 (พ.ศ. 2569) SME ที่มีทุนจดทะเบียนชำระแล้วไม่เกิน 5 ล้านบาทและรายได้ไม่เกิน 30 ล้านบาทต่อปี สามารถหักรายจ่ายค่าซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ และบริการดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียนใน Thailand Digital Catalog ของ DEPA ได้ 2 เท่า (200%) สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อรอบบัญชี สำหรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2570
มาตรการภาษี 200% สำหรับ SME ดิจิทัลคืออะไร
ตั้งแต่ต้นปี 2569 รัฐบาลไทยได้ออกมาตรการภาษีพิเศษเพื่อกระตุ้นให้ธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SME) ลงทุนในเทคโนโลยีดิจิทัลมากขึ้น โดยมีผลบังคับตาม พระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ฉบับที่ 802 พ.ศ. 2569 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569
สาระสำคัญคือ SME ที่เข้าเกณฑ์สามารถ หักรายจ่ายด้านดิจิทัลได้ 2 เท่า (200%) สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อรอบบัญชี สำหรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นระหว่าง 24 มิถุนายน 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2570
ตัวอย่างให้เห็นภาพ: หากธุรกิจคุณจ่ายค่าสมัครซอฟต์แวร์ SaaS รวม 150,000 บาทในปีบัญชีนี้ คุณสามารถนำ 300,000 บาท (2 เท่า) ไปหักเป็นรายจ่ายเพื่อลดกำไรทางภาษีได้ ส่งผลให้ภาษีนิติบุคคลที่ต้องจ่ายในปีนั้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เงื่อนไข SME ที่มีสิทธิ์ใช้มาตรการนี้
ก่อนวางแผนซื้อซอฟต์แวร์ใหม่ ให้ตรวจสอบก่อนว่าธุรกิจของคุณเข้าเกณฑ์ครบทุกข้อ:
| เกณฑ์ | เงื่อนไข |
|---|---|
| ทุนที่ชำระแล้ว | ไม่เกิน 5,000,000 บาท ณ วันสุดท้ายของรอบบัญชี |
| รายได้ต่อปี | ไม่เกิน 30,000,000 บาท จากการขายสินค้าและบริการ |
| ประเภทกิจการ | นิติบุคคล (บริษัทจำกัด / ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล) |
| ช่วงรายจ่ายที่ใช้สิทธิ์ | 24 มิ.ย. 2568 – 31 ธ.ค. 2570 |
| วงเงินสิทธิ์สูงสุด | 300,000 บาท ต่อรอบบัญชี |
ธุรกิจที่มีรายได้เกิน 30 ล้านบาทหรือทุนชำระแล้วเกิน 5 ล้านบาทจะไม่ได้รับสิทธิ์ตามมาตรการนี้ แต่อาจมีมาตรการสนับสนุนด้านอื่นสำหรับกิจการขนาดใหญ่ขึ้นแยกต่างหาก
ค่าใช้จ่ายด้านดิจิทัลแบบใดที่หักได้ 200%
หัวใจสำคัญของมาตรการนี้คือ รายจ่ายต้องเป็นค่า “ซอฟต์แวร์ ฮาร์ดแวร์ อุปกรณ์อัจฉริยะ หรือบริการดิจิทัล” จาก ผู้ให้บริการที่ขึ้นทะเบียนใน Thailand Digital Catalog ของ DEPA เท่านั้น ไม่ใช่ซอฟต์แวร์หรืออุปกรณ์ทุกชนิด
ประเภทรายจ่ายที่เข้าเงื่อนไข:
- ค่าซื้อโปรแกรมคอมพิวเตอร์ — ซอฟต์แวร์ที่ซื้อขาด (Perpetual License)
- ค่าจ้างพัฒนาซอฟต์แวร์ — การว่าจ้างพัฒนาหรือปรับแต่งระบบตามความต้องการ
- ค่าบริการ SaaS (Subscription) — ค่าสมัครสมาชิกรายเดือนหรือรายปี เช่น ระบบ CRM, ระบบบัญชีออนไลน์, ระบบ Helpdesk, Email Marketing, Project Management
- ฮาร์ดแวร์และอุปกรณ์อัจฉริยะ — อุปกรณ์ดิจิทัลที่ขึ้นทะเบียน DEPA เช่น Smart Terminal, อุปกรณ์ IoT
- บริการ Cloud และระบบจัดเก็บข้อมูล — ค่าบริการ Cloud Storage, Cloud Computing ที่เข้าเกณฑ์
สิ่งที่ ไม่ เข้าเงื่อนไข: คอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะทั่วไป (Desktop PC) และซอฟต์แวร์หรือบริการที่ผู้พัฒนาไม่ได้ขึ้นทะเบียนใน DEPA Catalog
ขั้นตอนการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษี 200%
ขั้นตอนนี้ไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำให้ครบเพื่อไม่ให้มีปัญหากับสรรพากรในภายหลัง ทั้งนี้ควรปรึกษาผู้สอบบัญชีรับอนุญาตหรือนักบัญชีที่ไว้วางใจเสมอ:
ขั้นที่ 1 — ตรวจสอบ DEPA Catalog ก่อนซื้อ เข้าเว็บ depa.or.th และค้นหาซอฟต์แวร์หรือบริการที่ต้องการในบัญชีบริการดิจิทัล (Thailand Digital Catalog) ตรวจให้แน่ใจว่าผู้ให้บริการนั้นได้รับการขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้ว
ขั้นที่ 2 — เก็บเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วน รวบรวมใบแจ้งหนี้ (Invoice) ใบเสร็จรับเงิน สัญญาจ้าง หรือเอกสารยืนยันจากผู้ให้บริการที่ระบุชื่อซอฟต์แวร์และจำนวนเงินชัดเจน เก็บไว้เป็นหลักฐานสำหรับการยื่นภาษี
ขั้นที่ 3 — บันทึกรายจ่ายในบัญชีให้ถูกต้อง บันทึกรายจ่ายด้านดิจิทัลตามที่จ่ายจริงในรอบบัญชีนั้น นักบัญชีจะนำไปคำนวณยอด 2 เท่า (200%) เมื่อถึงเวลายื่นแบบภาษีนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50)
ขั้นที่ 4 — ยื่นภาษีพร้อมใช้สิทธิ์ในแบบ ภ.ง.ด.50 ในการยื่นภาษีประจำปีบัญชี บริษัทจะอ้างสิทธิ์หักรายจ่ายพิเศษ 200% ตามที่กฎหมายกำหนด นักบัญชีหรือผู้สอบบัญชีจะช่วยดำเนินการให้ถูกต้องตามแบบฟอร์มของกรมสรรพากร
Thailand Digital Catalog คือแหล่งรวมซอฟต์แวร์ที่เข้าเงื่อนไข
DEPA (สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล) ทำหน้าที่คัดกรองและขึ้นทะเบียนซอฟต์แวร์คุณภาพไว้ใน Thailand Digital Catalog ซึ่งมีซอฟต์แวร์และบริการดิจิทัลกว่า 400 รายการจากผู้พัฒนาหลายร้อยราย ครอบคลุมหมวดหมู่สำคัญที่ SME ใช้งานจริง เช่น:
- ระบบบัญชีและการเงิน (Accounting Software)
- ระบบ CRM และบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า
- ระบบ ERP และจัดการองค์กร
- ระบบ Helpdesk และ Customer Support
- ระบบ HR และการจัดการพนักงาน
- ระบบ E-Commerce และร้านค้าออนไลน์
- ระบบ Project Management และการวางแผนงาน
การตรวจสอบ DEPA Catalog ก่อนเซ็นสัญญาซื้อซอฟต์แวร์ใหม่ทุกครั้งจึงสำคัญมาก เพราะซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้อยู่ในรายการ แม้มีประโยชน์ต่อธุรกิจ ก็ไม่มีสิทธิ์นำมาหักภาษี 200% ตามมาตรการนี้
วางแผนลงทุนซอฟต์แวร์อย่างชาญฉลาดกับ ZestMate Solution
มาตรการภาษี 200% นี้เปิดโอกาสให้ SME ไทยลงทุนในเครื่องมือดิจิทัลที่ถูกต้องด้วยต้นทุนที่ต่ำลงจริง แต่การเลือกซอฟต์แวร์ที่ใช่สำหรับธุรกิจนั้นต้องการมากกว่าแค่ดูว่า “อยู่ใน DEPA Catalog หรือเปล่า”
ZestMate Solution เชี่ยวชาญด้านการวางระบบซอฟต์แวร์สำหรับ SME ไทยในระบบนิเวศ Zoho ตั้งแต่ระบบ CRM ระบบ Helpdesk ไปจนถึงการวางระบบ Zoho One แบบครบวงจร ทีมของเราพร้อมให้คำแนะนำเพื่อเลือกเครื่องมือที่ตรงกับการใช้งานจริงและคุ้มค่าสูงสุด
ติดต่อ ZestMate Solution ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อวางแผนการลงทุนซอฟต์แวร์ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
แหล่งข้อมูล
- DEPA สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล — มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริม SMEs ดิจิทัล
- ประชาชาติธุรกิจ — ครม.ไฟเขียวมาตรการภาษีของ SMEs แปลงสู่ดิจิทัล หักรายจ่ายได้ 2 เท่าไม่เกิน 3 แสน
- กรมสรรพากร — สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับธุรกิจ SMEs