← กลับไปหน้า Blog
productivity 2026-09-05 7 นาที

Zoho Desk vs Zoho SalesIQ ต่างกันอย่างไร เลือกตัวไหนสำหรับ SME ไทย

พงศ์ศิริ ไตรวิทยาศิลป์
พงศ์ศิริ ไตรวิทยาศิลป์
2026-09-05
TL;DR

Zoho Desk คือระบบ helpdesk สำหรับจัดการ ticket คำร้องลูกค้า เหมาะกับงาน after-sale support ส่วน Zoho SalesIQ คือระบบ live chat และ visitor tracking สำหรับดึงลูกค้าที่กำลังเยี่ยมชมเว็บไซต์ เหมาะกับงาน pre-sale และ real-time engagement SME ที่มีทีม support ควรเริ่มจาก Zoho Desk ส่วน SME ที่เน้นขายออนไลน์ควรเริ่มจาก SalesIQ และธุรกิจที่เน้นทั้งขายและบริการหลังขายควรใช้ทั้งสองตัวร่วมกัน

ถ้าคุณกำลังมองหาซอฟต์แวร์บริการลูกค้าสำหรับ SME ไทย และเจอ Zoho Desk กับ Zoho SalesIQ อยู่ในลิสต์เดียวกัน อาจสงสัยว่าสองตัวนี้ต่างกันอย่างไร จำเป็นต้องเลือกตัวใดตัวหนึ่ง หรือต้องซื้อทั้งคู่

คำตอบสั้นคือ ทั้งสองตัวทำงานคนละช่วงของ customer journey โดยสิ้นเชิง Zoho Desk ดูแลหลังขาย ส่วน Zoho SalesIQ ดูแลระหว่างขาย เข้าใจความต่างนี้ก็ตัดสินใจได้ทันที

Zoho Desk คืออะไร และเหมาะกับงานแบบไหน

Zoho Desk คือระบบ helpdesk สำหรับจัดการคำร้องของลูกค้า (ticket) จากหลายช่องทาง เช่น อีเมล โทรศัพท์ live chat และ social media ให้มารวมอยู่ในที่เดียว ทีม support เปิด ticket สำหรับแต่ละปัญหา กำหนดความเร่งด่วน มอบหมายให้ agent ที่รับผิดชอบ และติดตามสถานะจนปิด ticket ได้

Zoho Desk ถนัดงานประเภทนี้:

  • ลูกค้าอีเมลถามปัญหาหลังซื้อสินค้าหรือใช้บริการ
  • ติดตามว่า ticket ไหนยังค้างอยู่ ใครรับผิดชอบ และค้างนานแค่ไหน
  • วัด SLA (Service Level Agreement) เช่น ต้องตอบภายใน 4 ชั่วโมงทุกกรณี
  • สร้าง Knowledge Base บทความ FAQ เพื่อให้ลูกค้าแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง
  • สร้างรายงานประสิทธิภาพทีม support เช่น CSAT คะแนนความพึงพอใจ และเวลาเฉลี่ยที่ใช้แก้ปัญหา

Zoho Desk เหมาะกับธุรกิจที่มีปริมาณคำถามและข้อร้องเรียนจากลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ เช่น ร้านค้าออนไลน์ คลินิก สถาบันการศึกษา หรือบริษัท SaaS ที่ต้องการระบบ after-sale support ที่วัดผลได้

ราคา Zoho Desk เริ่มต้นที่แผน Free (3 agents) จากนั้น Standard $14/agent/เดือน, Professional $23/agent/เดือน และ Enterprise $40/agent/เดือน (billing รายปี)

Zoho SalesIQ คืออะไร และเหมาะกับงานแบบไหน

Zoho SalesIQ คือระบบ live chat และ visitor intelligence สำหรับดึงดูดลูกค้าที่กำลังเข้าชมเว็บไซต์ของคุณในขณะนั้น ติดตั้ง chat widget บนเว็บ ดูว่าลูกค้ากำลังอยู่หน้าไหน ใช้เวลาบนเว็บนานแค่ไหน และทักหาลูกค้าเองก่อนที่เขาจะปิดหน้าต่างออกไป

SalesIQ ถนัดงานประเภทนี้:

  • ลูกค้ากำลังดู pricing page อยู่นาน ทีมขายเห็นแจ้งเตือนและ chat ทักทายทันที
  • ตอบคำถามก่อนซื้อแบบ real-time (pre-sale support) เพิ่มโอกาสปิดดีล
  • ตั้ง chatbot ให้ตอบคำถามพื้นฐานอัตโนมัตินอกเวลาทำงาน เก็บข้อมูล lead ไว้ก่อน
  • วิเคราะห์ว่าหน้าไหนของเว็บทำให้ลูกค้าออกไปโดยไม่ซื้อ (exit intent)
  • ติดตาม conversion rate ของผู้เยี่ยมชมเว็บในแต่ละแคมเปญ

ราคา SalesIQ เริ่มที่แผน Free (2 operators, 100 visitor sessions/เดือน) จากนั้น Basic $7/operator/เดือน, Professional $12.75/operator/เดือน และ Business $19/operator/เดือน (billing รายปี)

ตารางเปรียบเทียบ Zoho Desk vs Zoho SalesIQ

หัวข้อ Zoho Desk Zoho SalesIQ
บทบาทหลัก After-sale support และ ticket management Pre-sale engagement และ live chat
ช่วงที่ใช้ หลังซื้อหรือใช้บริการแล้ว ระหว่างเยี่ยมชมเว็บก่อนซื้อ
วิธีรับเรื่อง ลูกค้าส่ง ticket มาหาทีม ทีมทักหาลูกค้าก่อน (proactive)
Visitor tracking - ใช่ เห็นพฤติกรรมบนเว็บ real-time
SLA management ใช่ -
Knowledge Base ใช่ แข็งแกร่ง จำกัด
Chatbot รองรับผ่าน Zia AI รองรับ ตั้งค่าได้ยืดหยุ่น
ราคาเริ่มต้น (ฟรี) 3 agents 2 operators, 100 sessions/เดือน
ราคาแผนแรกที่จ่ายเงิน $14/agent/เดือน $7/operator/เดือน
Zoho CRM sync ใช่ ใช่
เชื่อมต่อกันได้ไหม ใช่ สนทนา SalesIQ แปลงเป็น ticket Desk ใช่

สถานการณ์จริง ควรเลือกตัวไหน

เลือก Zoho Desk เมื่อ: ธุรกิจได้รับคำถามหรือ complaint จากลูกค้าเป็นประจำทุกวัน และทีมเริ่มติดตามไม่ทัน เช่น อีเมลกระจายอยู่ในกล่อง inbox ส่วนตัว ไม่มีใครรู้ว่าปัญหาไหนได้รับการแก้ไขแล้ว ลูกค้าต้องถามซ้ำหลายครั้ง

ตัวอย่าง: คลินิกที่มีคนไข้โทรถามนัดหมาย ถามราคา และร้องเรียน วันละ 20-30 เรื่อง ต้องการ Zoho Desk เพื่อจัดระเบียบและกำหนด priority

เลือก Zoho SalesIQ เมื่อ: เว็บไซต์มีผู้เยี่ยมชมอยู่ แต่ conversion rate ต่ำ ลูกค้าดูสินค้าแล้วออกไปโดยไม่ซื้อ ทีมขายต้องการโอกาส chat กับ prospect ขณะที่เขายังสนใจอยู่

ตัวอย่าง: ร้านค้าออนไลน์ที่มีคนเข้าหน้า checkout แต่ abandon cart สูง ต้องการ SalesIQ ให้ chatbot pop-up ถามว่า “มีอะไรให้ช่วยไหมครับ?” ก่อนลูกค้าออก

ใช้ทั้งสองตัวเมื่อ: ธุรกิจต้องการทั้ง pre-sale engagement และ after-sale support ในระดับที่วัดผลได้ เช่น บริษัท SaaS ที่ต้องการ SalesIQ สำหรับ trial user ที่กำลังเยี่ยมชมหน้า feature ต่างๆ และ Zoho Desk สำหรับ paying customer ที่ติดปัญหาระหว่างใช้งาน

วิธีใช้ Zoho Desk และ SalesIQ ร่วมกัน

เมื่อเชื่อมต่อ Zoho Desk กับ SalesIQ แล้ว ข้อมูลลูกค้าไหลระหว่างสองระบบโดยอัตโนมัติ การสนทนาใน SalesIQ สามารถแปลงเป็น ticket ใน Zoho Desk ด้วยคลิกเดียว และ agent ใน Desk จะเห็นประวัติการ chat ทั้งหมดของลูกค้าโดยไม่ต้องถามซ้ำ

ตัวอย่าง workflow สำหรับ e-commerce:

  1. ลูกค้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ SalesIQ แจ้งเตือนทีมขาย ทีมทักทายและช่วย pre-sale
  2. ลูกค้าซื้อสินค้าแล้วพบปัญหา ส่ง ticket เข้า Zoho Desk
  3. Agent รับ ticket เห็นประวัติการ chat ทั้งหมดจาก SalesIQ ในหน้าเดียว เข้าใจบริบทได้เลยโดยไม่ต้องถามซ้ำ

สำหรับทีมที่ต้องการทั้งสองแอปพร้อมกัน การสมัคร Zoho One ($37/คน/เดือน สำหรับทุกคนในบริษัท) จะได้รับทั้ง Zoho Desk, Zoho SalesIQ และอีกกว่า 45 แอปในราคาเดียว คุ้มกว่าซื้อแยกเมื่อต้องการแอปมากกว่า 3-4 ตัว

สรุปและขั้นตอนถัดไป

Zoho Desk และ Zoho SalesIQ ไม่ได้แข่งกัน แต่ทำงานเสริมกัน สูตรง่ายสำหรับ SME ไทย:

  • Support หลังขายเป็นหลัก ให้เริ่มจาก Zoho Desk ก่อน
  • เพิ่ม conversion บนเว็บเป็นหลัก ให้เริ่มจาก Zoho SalesIQ ก่อน
  • ต้องการทั้งสองอย่าง ใช้ร่วมกันหรือพิจารณา Zoho One

ZestMate Solution ช่วยประเมินว่าธุรกิจของคุณต้องการ Zoho Desk, SalesIQ หรือทั้งคู่ พร้อม implement และตั้งค่าให้ใช้งานได้จริงตั้งแต่วันแรก ปรึกษาทีมเราได้เลย ไม่มีค่าใช้จ่าย

ต้องการให้ช่วยวางระบบ CRM?

ZestMate ช่วยวางระบบ Zoho CRM พร้อมใช้ใน 14 วัน ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ติดต่อเรา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

LINE