ETDA เปิดรับฟังร่าง พ.ร.บ. AI ไทยฉบับปรับปรุงเดือนกรกฎาคม 2026 โดยแบ่ง AI เป็นระดับความเสี่ยง — ห้ามใช้โดยเด็ดขาด, ความเสี่ยงสูง (ต้องขอใบอนุญาต), และทั่วไป (ต้องโปร่งใส) SME ส่วนใหญ่ที่ใช้ Chatbot หรือ AI เขียนคอนเทนต์อยู่ในกลุ่มทั่วไป แต่ต้องมี AI Policy ในองค์กร เนื่องจากปัจจุบันกว่า 90% ของธุรกิจไทยยังขาดนโยบายดังกล่าว
เดือนกรกฎาคม 2026 สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เปิดเผยร่าง พ.ร.บ. ปัญญาประดิษฐ์ฉบับปรับปรุงเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณะ ถือเป็นก้าวสำคัญที่ไทยกำลังจะมีกฎหมาย AI เป็นครั้งแรก สำหรับ SME ที่วันนี้ใช้ AI ในงานทุกวัน — ไม่ว่าจะเป็น Chatbot, เครื่องมือเขียนคอนเทนต์, หรือระบบ CRM ที่มี AI ในตัว — คำถามสำคัญคือ “เราต้องทำอะไรบ้าง?”
ทำไมร่าง พ.ร.บ. AI ไทยถึงสำคัญสำหรับ SME ตอนนี้
ตัวเลขจากรายงาน AI Governance ของ ETDA บ่งชี้ชัดเจน: พนักงาน SME ไทยกว่า 40% ใช้ Generative AI อย่าง ChatGPT ในงานเป็นประจำทุกวัน แต่มีถึง 90% ขององค์กรที่ยังไม่มีนโยบายควบคุมการใช้ AI ในองค์กรเลย
ช่องว่างนี้คือความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ เพราะเมื่อกฎหมาย AI บังคับใช้ ธุรกิจที่ไม่มี AI Policy และไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ระดับความเสี่ยงใด อาจเผชิญกับบทลงโทษหรือต้องหยุดใช้ระบบที่พึ่งพาอยู่ในชั่วข้ามคืน
ร่างกฎหมายนี้ได้รับแรงบันดาลใจจาก EU AI Act และมีจุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์ไทย เช่น การกำหนดความรับผิดชอบที่เข้มงวดสำหรับความเสียหายจาก AI, การบังคับให้ผู้ให้บริการ AI ต่างชาติมีตัวแทนในไทย และหน้าที่ในการติดป้ายกำกับ AI-generated content
โครงสร้างร่าง พ.ร.บ. AI: แบ่งตามระดับความเสี่ยง
ร่างกฎหมายใช้แนวทาง risk-based แบ่ง AI ออกเป็นหลายกลุ่มตามระดับความเสี่ยงต่อสังคมและสิทธิมนุษยชน ดังนี้:
| ระดับ | ตัวอย่าง AI ในกลุ่มนี้ | ข้อกำหนดหลัก |
|---|---|---|
| ห้ามใช้โดยเด็ดขาด | Social Scoring, Deepfake หลอกลวง, จดจำใบหน้า real-time ในพื้นที่สาธารณะ | ห้ามใช้ทุกกรณี — บทลงโทษสูงสุด |
| ความเสี่ยงสูง | AI คัดกรองใบสมัครงาน, AI อนุมัติสินเชื่อ, AI ในการศึกษา-สอบ | ต้องขอใบอนุญาต/ลงทะเบียน, ต้องมีการตรวจสอบ |
| ความเสี่ยงทั่วไป | Chatbot ลูกค้า, AI เขียนคอนเทนต์, AI วิเคราะห์ข้อมูลการตลาด | ต้องโปร่งใสกับผู้ใช้, แจ้งว่าเป็น AI |
| ความเสี่ยงต่ำ | AI แนะนำสินค้า, ระบบกรองสแปม | กำกับเบา, ปฏิบัติตาม code of conduct |
SME ส่วนใหญ่ที่ใช้ AI เพื่อการตลาด, บริการลูกค้า, และการดำเนินงานทั่วไป จะอยู่ในกลุ่ม “ความเสี่ยงทั่วไป” ซึ่งไม่ต้องขอใบอนุญาต แต่ต้องปฏิบัติตามหลักโปร่งใสและไม่ใช้ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอม
สิ่งที่ SME ต้องเตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้
ไม่ต้องรอให้กฎหมายผ่านสภาฯ ก่อน การเตรียมตัวเนิ่นๆ จะทำให้ธุรกิจของคุณได้เปรียบ มีขั้นตอนสำคัญ 4 ข้อที่ควรทำทันที:
1. สำรวจ AI ในองค์กร (AI Inventory) จดรายการ AI ทั้งหมดที่ใช้อยู่ ทั้งที่ฝังอยู่ใน SaaS เช่น CRM, helpdesk, อีเมล และที่ทีมใช้เองอย่าง ChatGPT ระบุว่าแต่ละตัวใช้ทำอะไร และจัดการข้อมูลประเภทใด
2. จัดทำ AI Policy เบื้องต้น ระบุว่าพนักงานสามารถใช้ AI เพื่ออะไรได้บ้าง ข้อมูลอะไรห้ามป้อนเข้า AI (เช่น ข้อมูลลูกค้า, ข้อมูลทางการเงิน), และใครเป็นผู้รับผิดชอบตรวจสอบ output ของ AI
3. เชื่อมโยงกับ PDPA ที่มีอยู่แล้ว พ.ร.บ. AI จะทำงานควบคู่กับ PDPA ตรวจสอบว่า consent ที่เก็บจากลูกค้าครอบคลุมการใช้ข้อมูลใน AI หรือไม่
4. เลือกผู้ให้บริการ AI/SaaS ที่มีความโปร่งใส ร่างกฎหมายกำหนดให้ผู้ใช้ต้องรู้ว่า AI ที่ตนใช้ทำงานอย่างไร ดังนั้นการเลือกแพลตฟอร์มที่มีนโยบาย AI ชัดเจนและมีมาตรฐาน international ย่อมลดความเสี่ยงทางกฎหมายได้มาก
ผลกระทบต่อการใช้ระบบ CRM และ Business Software ใน SME
ในบริบทของ SME ที่ใช้ระบบ CRM, helpdesk, หรือ marketing automation ร่าง พ.ร.บ. AI มีนัยสำคัญ 3 ประการ:
ความโปร่งใสของ AI Feature — ฟีเจอร์ AI ใน CRM อย่าง Zoho CRM เช่น Zia Agents ที่วิเคราะห์ดีลและพยากรณ์ยอดขาย อยู่ในกลุ่มความเสี่ยงทั่วไป ต้องมั่นใจว่าผู้ใช้งานรู้ว่ากำลังดูผลลัพธ์จาก AI ไม่ใช่การตัดสินใจของมนุษย์
ข้อมูลลูกค้าใน AI — การนำข้อมูลลูกค้าป้อนเข้า AI เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมต้องมีฐานทางกฎหมายที่ชัดเจน ระบบ CRM ที่มีการจัดการ consent และ data governance ที่ดีจะช่วยลดความเสี่ยงนี้ได้
AI สำหรับ HR — ระวังเป็นพิเศษหากใช้ AI ในกระบวนการคัดกรองใบสมัครงาน หรือประเมินผลพนักงาน เพราะอาจอยู่ในกลุ่มความเสี่ยงสูงที่ต้องขอใบอนุญาต
ข้อดีสำหรับ SME ที่ใช้แพลตฟอร์มระดับสากลอย่าง Zoho คือบริษัทมีนโยบาย AI Ethics และ data privacy ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 27001 อยู่แล้ว ทำให้ภาระของฝั่งลูกค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ไทม์ไลน์ที่ควรติดตาม
- กรกฎาคม 2026 — ETDA เปิดร่าง พ.ร.บ. AI ฉบับปรับปรุงรับฟังความคิดเห็น
- สิงหาคม 2026 — ปิดรับความคิดเห็นสาธารณะ (ช่วงนี้พอดี)
- ปลายปี 2026 – ต้นปี 2027 — คาดว่าจะเสนอเข้าสภาฯ
- หลังประกาศในราชกิจจา — บทบัญญัติหลักมีผลทันที, มาตรการควบคุมความเสี่ยงตามมาใน 180 วัน
จุดสำคัญคือมีการสนับสนุน SME โดยเฉพาะ ร่างกฎหมายกำหนดให้มี Regulatory Sandbox เพื่อให้ธุรกิจขนาดเล็กทดลองใช้ AI นวัตกรรมโดยมีการกำกับดูแลแบบผ่อนปรน และใช้แนวทาง “ให้คำแนะนำก่อน ลงโทษทีหลัง” สำหรับกรณีละเมิดครั้งแรกหรือกรณีเล็กน้อย ETDA ยังเปิด AI Clinic บริการให้คำปรึกษาด้าน compliance สำหรับ SME โดยเฉพาะ
ก้าวต่อไปสำหรับ SME ไทย
ร่าง พ.ร.บ. AI ไม่ใช่อุปสรรค แต่คือ “โอกาส” ธุรกิจที่เตรียมพร้อมตั้งแต่วันนี้จะมีความได้เปรียบด้านความน่าเชื่อถือต่อลูกค้าและพันธมิตร — โดยเฉพาะในตลาด B2B ที่คู่ค้ารายใหญ่เริ่มตรวจสอบ AI Policy ของซัพพลายเออร์แล้ว
ขั้นแรกที่ดีที่สุดคือตรวจสอบว่าระบบที่ใช้อยู่รองรับการเปลี่ยนแปลงนี้หรือไม่ หากต้องการคำปรึกษาด้านการเลือกและวางระบบ CRM หรือ business software ที่สอดคล้องกับทิศทางกฎหมาย AI ไทย ติดต่อทีม ZestMate Solution ได้เลย เราพร้อมช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ