ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2026 Microsoft 365 Business Basic ขึ้นจาก $6 เป็น $7 และ Business Standard จาก $12.50 เป็น $14 ต่อผู้ใช้ต่อเดือน ฟีเจอร์ที่ได้เพิ่มคือ storage 50 GB เพิ่ม, ป้องกัน phishing ใน Outlook และ Copilot Chat ปรับปรุง ลูกค้าเก่าจ่ายราคาเดิมจนถึงรอบ renewal ถัดไป ส่วนลูกค้าใหม่หรือต่ออายุหลัง 1 ก.ค. จ่ายราคาใหม่ทันที SME ที่มีทีม 50 คนใช้ Business Standard จะจ่ายเพิ่มปีละ ~$900
Microsoft 365 ปรับราคารอบใหญ่ — มีผลแล้ววันนี้
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2026 Microsoft ได้ปรับราคา Microsoft 365 สำหรับแผนธุรกิจหลักสองแผนทั่วโลก โดยอ้างว่าเป็นการเพิ่มฟีเจอร์ AI และ security ใหม่ให้ครบถ้วนยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ประกาศมาตั้งแต่ธันวาคม 2025 และมีผลบังคับใช้แล้วในวันนี้
สำหรับ SME ไทยที่ใช้ Microsoft 365 อยู่ นี่คือสิ่งที่ต้องรู้ทันที
ราคาเก่าและราคาใหม่: เปรียบเทียบแผนต่อแผน
| แผน | ราคาเก่า (USD/user/month) | ราคาใหม่ (USD/user/month) | เพิ่มขึ้น |
|---|---|---|---|
| Microsoft 365 Business Basic | $6.00 | $7.00 | +$1 (+17%) |
| Microsoft 365 Business Standard | $12.50 | $14.00 | +$1.50 (+12%) |
| Microsoft 365 Business Premium | คงเดิม | คงเดิม | — |
| Office 365 E1 | คงเดิม | คงเดิม | — |
ผลกระทบต่อทีมงาน 50 คน:
- ถ้าใช้ Business Basic: จ่ายเพิ่มปีละ $600 (~21,000 บาท)
- ถ้าใช้ Business Standard: จ่ายเพิ่มปีละ $900 (~31,500 บาท)
ราคาข้างต้นเป็น USD ราคาจริงในไทยอาจแตกต่างตาม local market adjustment ของ Microsoft ให้ตรวจสอบกับ Microsoft Partner หรือผู้ขายของคุณ
ฟีเจอร์อะไรที่ได้รับเพิ่มพร้อมการปรับราคาครั้งนี้
Microsoft ชี้แจงว่าการขึ้นราคาครั้งนี้มาพร้อมฟีเจอร์ใหม่สำหรับแผน Business Basic และ Standard:
- Mailbox storage เพิ่ม 50 GB — ทุกผู้ใช้ได้ inbox ใหญ่ขึ้นทันที
- URL time-of-click protection — Outlook จะสแกน link ทุกครั้งที่คลิก ช่วยป้องกัน phishing แบบ real-time
- Copilot Chat ปรับปรุง — รับรู้ inbox และ calendar ของผู้ใช้ พร้อม agent ใน Word, Excel และ PowerPoint สำหรับช่วยร่างเอกสาร สรุปข้อมูล และวิเคราะห์ตาราง
สำหรับแผนระดับ E5 ยังได้รับ Security Copilot agents เพิ่มเติมอีก 70+ ตัว แต่ส่วนนี้ไม่เกี่ยวข้องกับแผน Business ทั่วไป
ลูกค้าเก่าจะได้รับผลกระทบเมื่อไหร่?
นี่คือข้อที่หลายคนสับสน — ลูกค้าที่ใช้อยู่แล้วไม่ได้ขึ้นราคาทันที:
- ถ้า subscription ของคุณต่ออายุ ก่อน 1 ก.ค. 2026 → จ่ายราคาเดิมไปก่อนจนหมดรอบ
- ถ้า subscription ต่ออายุ หลัง 1 ก.ค. 2026 → จ่ายราคาใหม่ทันทีในรอบถัดไป
- ลูกค้าใหม่ที่สมัครหลัง 1 ก.ค. 2026 → จ่ายราคาใหม่ทันที
ดังนั้นให้เช็ควันที่ renewal ของ Microsoft 365 ของคุณว่าตรงกับช่วงไหน
SME ไทยควรทำอะไรตอนนี้?
1. ตรวจสอบ subscription และวันต่ออายุ เข้า Microsoft Admin Center → Billing → Products แล้วดูว่า subscription ของคุณต่ออายุวันไหนและใช้แผนอะไร
2. คำนวณผลกระทบต่อปี นำจำนวน user คูณค่าที่เพิ่มขึ้นต่อเดือน แล้วคูณ 12 เพื่อดูว่าปีนี้จ่ายเพิ่มเท่าไหร่
3. ประเมินว่าฟีเจอร์ใหม่คุ้มค่าหรือไม่ Copilot Chat และ 50 GB storage เป็นของจริงและมีประโยชน์ แต่ถ้าทีมของคุณยังไม่ได้ใช้ Copilot เลย การจ่ายเพิ่มเพื่อฟีเจอร์ที่ไม่ได้ใช้อาจไม่คุ้ม
4. เปรียบเทียบทางเลือก ตลาดซอฟต์แวร์ธุรกิจมีตัวเลือกอื่นนอกจาก Microsoft เช่น Zoho CRM สำหรับจัดการลูกค้า, Zoho Mail สำหรับ email องค์กร หรือ Zoho One ที่รวมแอปธุรกิจกว่า 45 แอปในราคาเดียว ซึ่งอาจคุ้มค่ากว่าสำหรับ SME ที่ต้องการชุดเครื่องมือครบ
ข้อพิจารณาสำหรับ SME ที่ใช้ Zoho อยู่แล้ว
ถ้าองค์กรของคุณใช้ Zoho Suite อยู่แล้ว การขึ้นราคาของ Microsoft ครั้งนี้ไม่กระทบคุณโดยตรง แต่เป็นโอกาสดีที่จะทบทวนว่า workflow ทั้งหมดในองค์กรเชื่อมกันได้ดีแค่ไหน ZestMate Solution ช่วยประเมินและวางแผน tech stack ที่เหมาะกับงบประมาณและขนาดทีมของคุณได้
สรุป: จัดการอย่างไรให้ไม่เสียเปล่า
การขึ้นราคา Microsoft 365 ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นตระหนก แต่เป็นสัญญาณให้ SME ทุกรายทบทวนค่าใช้จ่าย software ให้ชัดเจน ไม่ว่าจะเลือกอยู่กับ Microsoft ต่อหรือสำรวจทางเลือกอื่น การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลจริงและความต้องการจริงของทีมย่อมดีกว่าเสมอ
หากต้องการความช่วยเหลือในการประเมินและวางแผนค่าใช้จ่ายซอฟต์แวร์ธุรกิจ ติดต่อ ZestMate Solution ได้เลย — เราช่วยวิเคราะห์และแนะนำทางออกที่เหมาะกับธุรกิจไทยโดยเฉพาะ