Zoho Inventory ปี 2026 มี 3 แผน: Standard $39/org/เดือน (1,500 ออเดอร์/เดือน), Professional $79 (10,000 ออเดอร์/เดือน แนะนำ) และ Premium $199 (ไม่จำกัดออเดอร์) ราคา billed annually แผน Professional เหมาะกับ SME e-commerce ที่กำลังโตและต้องการ serial/batch tracking หรือ marketplace หลายช่องพร้อมกัน ทุกแผนทดลองฟรี 15 วัน ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต
ทำไมราคา Zoho Inventory ถึงสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อ
ธุรกิจ e-commerce ไทยจำนวนมากเริ่มต้นด้วย Excel หรือ spreadsheet แต่เมื่อออเดอร์เพิ่มขึ้น ของหมดโดยไม่รู้ตัว stock ไม่ตรงระหว่างหลายช่องทาง หรือทีมเริ่มโตขึ้น เครื่องมือแบบนั้นก็ไม่เพียงพออีกต่อไป
Zoho Inventory คือระบบจัดการ stock และ order แบบ multi-channel ที่เชื่อมต่อ Shopify, Amazon, eBay และ marketplace อื่น ๆ เข้าหาระบบเดียว ก่อนตัดสินใจสมัคร การเข้าใจแผนราคาจะช่วยให้เลือกได้ตรงความต้องการโดยไม่จ่ายเกิน
Zoho Inventory คิดราคาแบบ per organization ไม่ใช่ per user หมายความว่าทีม 5 คนจ่ายราคาเดียวกับทีม 2 คน ตราบใดที่ใช้ไม่เกิน user limit ของแผนนั้น ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อหัวลดลงเมื่อทีมโตขึ้น
ตารางเปรียบเทียบแผนราคา Zoho Inventory 2026
ราคาทั้งหมดเป็นแบบ billed annually (จ่ายรายปี) คิดต่อ organization:
| ฟีเจอร์ | Standard | Professional | Premium |
|---|---|---|---|
| ราคา/เดือน | $39 | $79 | $199 |
| ออเดอร์/เดือน | 1,500 | 10,000 | ไม่จำกัด |
| จำนวน Users | 2 | 5 | 10 |
| Warehouses | 2 | 5 | 10 |
| Marketplace integrations | 1 ช่องทาง | ทุกช่องทาง | ทุกช่องทาง |
| Serial/Batch tracking | - | รวมอยู่แล้ว | รวมอยู่แล้ว |
| Custom workflows | - | - | รวมอยู่แล้ว |
| Advanced reports | - | - | รวมอยู่แล้ว |
| Support | อีเมล | อีเมล + chat | Priority support |
ทุกแผนทดลองใช้ฟรี 15 วัน ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต และรวม core features เช่น item management, purchase order, barcode scan และ auto reorder point ไว้ทุกแผน
แผน Standard $39 ต่อเดือน: จุดเริ่มต้นที่คุ้มค่า
แผน Standard เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่กำลังเริ่มจัดการ inventory อย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรก เงื่อนไขที่ควรพิจารณาก่อนเลือกแผนนี้:
- ออเดอร์รวมทุกช่องทางไม่เกิน 1,500 ต่อเดือน (ประมาณ 50 ออเดอร์/วัน)
- ทีมที่ต้องเข้าถึงระบบมีไม่เกิน 2 คน
- มีโกดังหรือสาขาไม่เกิน 2 แห่ง
- ขายผ่าน Shopify เป็นหลักช่องทางเดียว
ข้อจำกัดสำคัญของแผน Standard คือไม่มี serial number tracking และ batch tracking ซึ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าที่ต้องติดตามรหัสชิ้น เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือสินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น อาหาร ยา และเครื่องสำอาง
ตัวอย่างธุรกิจที่เหมาะกับแผน Standard:
- ร้านเสื้อผ้าออนไลน์ที่ขาย Shopify เป็นหลัก ออเดอร์ 500–1,000 ต่อเดือน
- ร้านของชำร่วยที่มีพนักงาน 1-2 คนดูแลคลังสินค้า
- ธุรกิจที่ต้องการย้ายจาก Excel มาสู่ระบบจัดการจริงเป็นครั้งแรก
หากธุรกิจเริ่มต้นกับ Standard แล้วต้องการอัปเกรดในภายหลัง ข้อมูลทั้งหมดจะย้ายไป Professional หรือ Premium ได้ทันที ไม่ต้องตั้งค่าใหม่
แผน Professional $79 ต่อเดือน: แนะนำสำหรับ SME e-commerce ที่กำลังโต
แผน Professional เป็นแผนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่ม SME ไทย เพราะเพิ่มขีดความสามารถในจุดที่ธุรกิจที่กำลังเติบโตต้องการมากที่สุด
ข้อดีหลักเหนือแผน Standard:
- รองรับออเดอร์ถึง 10,000 ต่อเดือน หรือประมาณ 330 ออเดอร์/วัน
- เชื่อมต่อ marketplace ได้ทุกช่องทางพร้อมกัน ทั้ง Shopify, Amazon, eBay, Etsy และ WooCommerce
- Serial number tracking สำหรับสินค้าที่ต้องติดตามรหัสชิ้น เช่น อุปกรณ์ IT
- Batch tracking สำหรับสินค้ามีวันหมดอายุ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ยา รองรับ FIFO/FEFO
- ขยายทีมได้ถึง 5 users และ 5 warehouse
เปรียบเทียบต้นทุนต่อออเดอร์: ที่ Professional $79/เดือน ถ้าขาย 5,000 ออเดอร์ต่อเดือน ค่าระบบอยู่ที่เพียง $0.016 ต่อออเดอร์ ซึ่งถูกกว่าค่าแรงพนักงานที่ต้องจัดการ stock manual อย่างเห็นได้ชัด
ธุรกิจที่ควรเลือกแผน Professional:
- ร้านค้าออนไลน์ที่ขายพร้อมกันบน Shopify กับ marketplace อื่น
- ธุรกิจ FMCG หรือสินค้ามีวันหมดอายุที่ต้องทำ FIFO/FEFO
- SME ที่มีทีม operation 3-5 คนและต้องการให้ทุกคนเข้าถึงระบบได้
แผน Premium $199 ต่อเดือน: สำหรับธุรกิจที่ต้องการควบคุมเต็มรูปแบบ
แผน Premium เหมาะกับธุรกิจที่มีปริมาณออเดอร์สูง หรือต้องการ custom automation และ reporting ขั้นสูง:
- ออเดอร์ไม่จำกัด รองรับช่วง peak เช่น 11.11 หรือ 12.12 ที่ออเดอร์พุ่งสูงมาก
- 10 users และ 10 warehouses เหมาะกับธุรกิจที่มีหลายสาขาหรือหลาย brand
- Custom workflows สร้าง automation ตาม business logic เฉพาะของตัวเอง
- Advanced reports วิเคราะห์ inventory valuation สินค้าขายดีและสินค้าค้างสต็อก
สำหรับ SME ส่วนใหญ่ที่มีพนักงาน 5-20 คน แผน Professional มักเพียงพอและคุ้มค่ากว่า Premium เหมาะเมื่อธุรกิจเติบโตจนมีออเดอร์เกิน 10,000 ต่อเดือน หรือต้องการ workflow ที่ซับซ้อนขึ้น
Zoho Inventory แยก vs รวมใน Zoho One: อย่างไหนคุ้มกว่า
Zoho One ($37/employee/เดือน รวมพนักงานทุกคน) รวม Zoho Inventory ไว้พร้อมกับแอปอีกกว่า 45 ตัว รวม Zoho CRM และ Zoho Books การตัดสินใจว่าจะซื้อแยกหรือรวมขึ้นอยู่กับว่าต้องการแอปอื่นของ Zoho ควบคู่ด้วยหรือเปล่า
ตัวอย่างเปรียบเทียบสำหรับทีม 5 คน:
| กรณี | ค่าใช้จ่าย/เดือน (ประมาณ) |
|---|---|
| Zoho Inventory Professional อย่างเดียว | $79 |
| Zoho Inventory + Zoho CRM Professional (5 users) | $295+ |
| Zoho Inventory + Zoho Books Standard (3 users) | $149+ |
| Zoho One ทั้งทีม 5 คน (ได้ 45+ แอปรวม Inventory, CRM, Books) | $185 |
ข้อสรุป: ถ้าต้องการเฉพาะระบบ inventory ซื้อแยกที่ $79 Professional คุ้มกว่า แต่ถ้าต้องใช้ CRM และบัญชีควบคู่ด้วย Zoho One อาจประหยัดกว่าซื้อแยกอย่างเห็นได้ชัด และข้อมูลทุกแอปยังเชื่อมหากันอัตโนมัติโดยไม่ต้องตั้งค่า integration เพิ่ม
ให้ ZestMate ช่วยเลือกแผนและวางระบบ
การเลือกแผน Zoho Inventory ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปริมาณออเดอร์ จำนวนช่องทางขาย ประเภทสินค้า และระบบที่ต้องการเชื่อมต่อ ZestMate Solution เป็น Zoho Authorized Partner ในประเทศไทย ให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเลือกแผนที่คุ้มค่าที่สุดและวางระบบให้พร้อมใช้งาน
ติดต่อเราได้ที่ หน้าติดต่อ ZestMate เพื่อรับคำปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจซื้อ