← กลับไปหน้า Blog
productivity 2026-10-19 • 6 นาที

Zoho Inventory ราคา 2026: เปรียบเทียบ 3 แผน SME ไทยควรเลือกแผนไหน

พงศ์ศิริ ไตรวิทยาศิลป์
พงศ์ศิริ ไตรวิทยาศิลป์
2026-10-19
TL;DR

Zoho Inventory ปี 2026 มี 3 แผน: Standard $39/org/เดือน (1,500 ออเดอร์/เดือน), Professional $79 (10,000 ออเดอร์/เดือน แนะนำ) และ Premium $199 (ไม่จำกัดออเดอร์) ราคา billed annually แผน Professional เหมาะกับ SME e-commerce ที่กำลังโตและต้องการ serial/batch tracking หรือ marketplace หลายช่องพร้อมกัน ทุกแผนทดลองฟรี 15 วัน ไม่ต้องใส่บัตรเครดิต

ทำไมราคา Zoho Inventory ถึงสำคัญก่อนตัดสินใจซื้อ

ธุรกิจ e-commerce ไทยจำนวนมากเริ่มต้นด้วย Excel หรือ spreadsheet แต่เมื่อออเดอร์เพิ่มขึ้น ของหมดโดยไม่รู้ตัว stock ไม่ตรงระหว่างหลายช่องทาง หรือทีมเริ่มโตขึ้น เครื่องมือแบบนั้นก็ไม่เพียงพออีกต่อไป

Zoho Inventory คือระบบจัดการ stock และ order แบบ multi-channel ที่เชื่อมต่อ Shopify, Amazon, eBay และ marketplace อื่น ๆ เข้าหาระบบเดียว ก่อนตัดสินใจสมัคร การเข้าใจแผนราคาจะช่วยให้เลือกได้ตรงความต้องการโดยไม่จ่ายเกิน

Zoho Inventory คิดราคาแบบ per organization ไม่ใช่ per user หมายความว่าทีม 5 คนจ่ายราคาเดียวกับทีม 2 คน ตราบใดที่ใช้ไม่เกิน user limit ของแผนนั้น ซึ่งทำให้ต้นทุนต่อหัวลดลงเมื่อทีมโตขึ้น

ตารางเปรียบเทียบแผนราคา Zoho Inventory 2026

ราคาทั้งหมดเป็นแบบ billed annually (จ่ายรายปี) คิดต่อ organization:

ฟีเจอร์ Standard Professional Premium
ราคา/เดือน $39 $79 $199
ออเดอร์/เดือน 1,500 10,000 ไม่จำกัด
จำนวน Users 2 5 10
Warehouses 2 5 10
Marketplace integrations 1 ช่องทาง ทุกช่องทาง ทุกช่องทาง
Serial/Batch tracking - รวมอยู่แล้ว รวมอยู่แล้ว
Custom workflows - - รวมอยู่แล้ว
Advanced reports - - รวมอยู่แล้ว
Support อีเมล อีเมล + chat Priority support

ทุกแผนทดลองใช้ฟรี 15 วัน ไม่ต้องผูกบัตรเครดิต และรวม core features เช่น item management, purchase order, barcode scan และ auto reorder point ไว้ทุกแผน

แผน Standard $39 ต่อเดือน: จุดเริ่มต้นที่คุ้มค่า

แผน Standard เหมาะกับร้านค้าออนไลน์ที่กำลังเริ่มจัดการ inventory อย่างเป็นระบบเป็นครั้งแรก เงื่อนไขที่ควรพิจารณาก่อนเลือกแผนนี้:

  • ออเดอร์รวมทุกช่องทางไม่เกิน 1,500 ต่อเดือน (ประมาณ 50 ออเดอร์/วัน)
  • ทีมที่ต้องเข้าถึงระบบมีไม่เกิน 2 คน
  • มีโกดังหรือสาขาไม่เกิน 2 แห่ง
  • ขายผ่าน Shopify เป็นหลักช่องทางเดียว

ข้อจำกัดสำคัญของแผน Standard คือไม่มี serial number tracking และ batch tracking ซึ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจที่ขายสินค้าที่ต้องติดตามรหัสชิ้น เช่น อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือสินค้าที่มีวันหมดอายุ เช่น อาหาร ยา และเครื่องสำอาง

ตัวอย่างธุรกิจที่เหมาะกับแผน Standard:

  • ร้านเสื้อผ้าออนไลน์ที่ขาย Shopify เป็นหลัก ออเดอร์ 500–1,000 ต่อเดือน
  • ร้านของชำร่วยที่มีพนักงาน 1-2 คนดูแลคลังสินค้า
  • ธุรกิจที่ต้องการย้ายจาก Excel มาสู่ระบบจัดการจริงเป็นครั้งแรก

หากธุรกิจเริ่มต้นกับ Standard แล้วต้องการอัปเกรดในภายหลัง ข้อมูลทั้งหมดจะย้ายไป Professional หรือ Premium ได้ทันที ไม่ต้องตั้งค่าใหม่

แผน Professional $79 ต่อเดือน: แนะนำสำหรับ SME e-commerce ที่กำลังโต

แผน Professional เป็นแผนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในกลุ่ม SME ไทย เพราะเพิ่มขีดความสามารถในจุดที่ธุรกิจที่กำลังเติบโตต้องการมากที่สุด

ข้อดีหลักเหนือแผน Standard:

  • รองรับออเดอร์ถึง 10,000 ต่อเดือน หรือประมาณ 330 ออเดอร์/วัน
  • เชื่อมต่อ marketplace ได้ทุกช่องทางพร้อมกัน ทั้ง Shopify, Amazon, eBay, Etsy และ WooCommerce
  • Serial number tracking สำหรับสินค้าที่ต้องติดตามรหัสชิ้น เช่น อุปกรณ์ IT
  • Batch tracking สำหรับสินค้ามีวันหมดอายุ เช่น อาหาร เครื่องสำอาง ยา รองรับ FIFO/FEFO
  • ขยายทีมได้ถึง 5 users และ 5 warehouse

เปรียบเทียบต้นทุนต่อออเดอร์: ที่ Professional $79/เดือน ถ้าขาย 5,000 ออเดอร์ต่อเดือน ค่าระบบอยู่ที่เพียง $0.016 ต่อออเดอร์ ซึ่งถูกกว่าค่าแรงพนักงานที่ต้องจัดการ stock manual อย่างเห็นได้ชัด

ธุรกิจที่ควรเลือกแผน Professional:

  • ร้านค้าออนไลน์ที่ขายพร้อมกันบน Shopify กับ marketplace อื่น
  • ธุรกิจ FMCG หรือสินค้ามีวันหมดอายุที่ต้องทำ FIFO/FEFO
  • SME ที่มีทีม operation 3-5 คนและต้องการให้ทุกคนเข้าถึงระบบได้

แผน Premium $199 ต่อเดือน: สำหรับธุรกิจที่ต้องการควบคุมเต็มรูปแบบ

แผน Premium เหมาะกับธุรกิจที่มีปริมาณออเดอร์สูง หรือต้องการ custom automation และ reporting ขั้นสูง:

  • ออเดอร์ไม่จำกัด รองรับช่วง peak เช่น 11.11 หรือ 12.12 ที่ออเดอร์พุ่งสูงมาก
  • 10 users และ 10 warehouses เหมาะกับธุรกิจที่มีหลายสาขาหรือหลาย brand
  • Custom workflows สร้าง automation ตาม business logic เฉพาะของตัวเอง
  • Advanced reports วิเคราะห์ inventory valuation สินค้าขายดีและสินค้าค้างสต็อก

สำหรับ SME ส่วนใหญ่ที่มีพนักงาน 5-20 คน แผน Professional มักเพียงพอและคุ้มค่ากว่า Premium เหมาะเมื่อธุรกิจเติบโตจนมีออเดอร์เกิน 10,000 ต่อเดือน หรือต้องการ workflow ที่ซับซ้อนขึ้น

Zoho Inventory แยก vs รวมใน Zoho One: อย่างไหนคุ้มกว่า

Zoho One ($37/employee/เดือน รวมพนักงานทุกคน) รวม Zoho Inventory ไว้พร้อมกับแอปอีกกว่า 45 ตัว รวม Zoho CRM และ Zoho Books การตัดสินใจว่าจะซื้อแยกหรือรวมขึ้นอยู่กับว่าต้องการแอปอื่นของ Zoho ควบคู่ด้วยหรือเปล่า

ตัวอย่างเปรียบเทียบสำหรับทีม 5 คน:

กรณี ค่าใช้จ่าย/เดือน (ประมาณ)
Zoho Inventory Professional อย่างเดียว $79
Zoho Inventory + Zoho CRM Professional (5 users) $295+
Zoho Inventory + Zoho Books Standard (3 users) $149+
Zoho One ทั้งทีม 5 คน (ได้ 45+ แอปรวม Inventory, CRM, Books) $185

ข้อสรุป: ถ้าต้องการเฉพาะระบบ inventory ซื้อแยกที่ $79 Professional คุ้มกว่า แต่ถ้าต้องใช้ CRM และบัญชีควบคู่ด้วย Zoho One อาจประหยัดกว่าซื้อแยกอย่างเห็นได้ชัด และข้อมูลทุกแอปยังเชื่อมหากันอัตโนมัติโดยไม่ต้องตั้งค่า integration เพิ่ม

ให้ ZestMate ช่วยเลือกแผนและวางระบบ

การเลือกแผน Zoho Inventory ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปริมาณออเดอร์ จำนวนช่องทางขาย ประเภทสินค้า และระบบที่ต้องการเชื่อมต่อ ZestMate Solution เป็น Zoho Authorized Partner ในประเทศไทย ให้คำปรึกษาเพื่อช่วยเลือกแผนที่คุ้มค่าที่สุดและวางระบบให้พร้อมใช้งาน

ติดต่อเราได้ที่ หน้าติดต่อ ZestMate เพื่อรับคำปรึกษาฟรีก่อนตัดสินใจซื้อ

ต้องการให้ช่วยวางระบบ CRM?

ZestMate ช่วยวางระบบ Zoho CRM พร้อมใช้ใน 14 วัน ปรึกษาฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

ติดต่อเรา →

บทความที่เกี่ยวข้อง

LINE